Xpert.in.th - ศูนย์รวมมืออาชีพ ประกาศงานฟรี หาช่างภาพ หาพริตตี้ หาคนจัดอีเวนท์
  Photo & Event & Pretty 
Share
   หาช่างภาพ, หาพริตตี้, หาคนจัดอีเวนท์, ประกาศงานฟรี, หาโมเดลลิ่ง, หานางแบบ,หานายแบบ, หาตากล้อง, หาช่างกล้อง, หาช่างแต่งหน้า, แต่งหน้ารับปริญญา, ช่างทำผม, หาคนจัดอีเวนท์, ออแกไนเซอร์ 
   Xpert.in.th --> --> บทความ --> ทิป เทคนิคการถ่ายภาพ : พื้นฐานการถ่ายภาพ 
Username :
Password :
Xpert.in.th - ศูนย์รวมมืออาชีพ ประกาศงานฟรี หาช่างภาพ หาพริตตี้ หาคนจัดอีเวนท์

Photo & Event & Pretty > Other – Photo
 
 
 
ทิป เทคนิคการถ่ายภาพ : พื้นฐานการถ่ายภาพ

เทคนิคการถ่ายภาพ


Photo & Event & Pretty > Other – Photo ทิป เทคนิคการถ่ายภาพ : พื้นฐานการถ่ายภาพ width=

การถ่ายภาพนั้น สิ่งที่เราต้องความสนใจ มี 3 อย่างคือ
1. ปริมาณแสง
2. องค์ประกอบ และทิศทางแสง
3. อารมณ์ภาพ และการสื่อความหมาย

แสงคือส่วนประกอบหลักของภาพ ที่จะสะท้อนสีสัน และรูปร่างของวัตถุและถูกบันทึกออกมาเป็นภาพที่เราเห็น
ดัง นั้นการวัดปริมาณแสงที่พอเหมาะก็เป็นส่วนสำคัญ ที่จะกำหนดว่าภาพของเรานั้นออกมาดูดีแค่ไหน มีรายละเอียด หรือว่าให้อารมณ์ภาพไปแบบไหน

หากเป็นกล้องคอมแพ็คนั้นเราคงจะไม่ต้องไปปรับอะไรมันมาก เพราะตัวกล้องจะช่วยคำนวนปริมาณแสงที่พอดีให้กับเราอยู่แล้ว
แต่สำหรับผู้ที่ใช้กล้อง DSRL และชอบที่จะเล่น จะศึกษา เราต้องมาเรียนรู้กันครับ

การวัดแสงเกี่ยวข้องกับ 3 องค์ประกอบครับก็คือ

1. ขนาดของรูรับแสง ถ้าเปิดรูรับแสงกว้าง [F/2.8, F/4, F/5.6] แสงจะเข้ามาก แต่ถ้าเปิดรูรับแสงแคบๆ[F/11, F/16, F/22] แสงจะเข้าน้อยลง
2. ความเร็วชัตเตอร์ ถ้าใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ[1/30s, 1/40s] แสงจะเข้ามาก แต่ถ้าใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง[1/500s, 1/1000s, 1/1600] แสงจะเข้าน้อยลง
3. ค่าความไวแสง หรือ ISO ถ้าปรับ ISO สูงๆ[ISO800, ISO1600] เซนเซอร์จะมีความไวแสงที่มากขึ้น ทำให้แสงเข้ามาก แต่ถ้าใช้ ISO ต่ำๆ[ISO100, ISO200] แสงจะเข้าน้อยลง

จะเห็นว่าเรามีเครื่องมือ 3 ตัวในการที่จะกำหนดปริมาณแสงของเราว่าเข้ามาพอดีรึปล่าว เราสามารถดูได้จากสเกลวัดแสงของกล้องครับ

ในการฝักหัด แนะนำให้ใช้โหมด M นะครับ เพราะโหมดอื่นๆเราจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเท่าไหร่ครับ
ลองถ่ายรูปวัตถุกลางแจ้งง่ายๆซักรูปหนึ่ง อาจะเป็นรถยนต์ เสาไฟฟ้าหน้าบ้านก็ได้
แล้วเริ่มตั้งกล้องไปที่ F/8, ความเร็ว 1/60s, ISO100 แล้วลองถ่ายภาพออกมาดูครับ
ยังไม่ต้องซีเรียสว่าค่ากล้องที่ตั้งไว้นั้นพอดีหรือไม่ ให้ลองถ่ายออกมาก่อนจากค่าที่ตั้งไว้
แล้วสังเกตุรูปที่ออกมาครับ ว่าสภาพแสงในภาพเป็นอย่างไร พอดีมั๊ย มืด หรือว่าสว่างเกินไป

ทีนี้ยังไม่ต้องแก้ค่าอะไรนะครับ ลองถ่ายภาพนั้นดูอีกครั้ง ในจุดเดิม แต่ก่อนถ่าย ให้ดูตรงสเกลวัดแสงครับ
ว่าสเกลชี้ไปที่จุดกึ่งกลางหรือไม่ ถ้าสเกลเบนไปทางบวก แสดงว่าแสงมากเกินไป แต่ถ้าไปทางลบก็เพราะแสงเข้ามาน้อยเกินไปนั่นเองครับ
สเกลเบนไปทางบวกหรือลบ ก็จะเป็นตัวบอกครับ ว่าภาพที่ออกมาจะมืดหรือสว่างอย่างไร

สมมติถ้าภาพสว่างไป ก็มาจากสองสาเหตุ ก็คือ ความเร็วชัตเตอร์อาจจะต่ำเกินไป หรือรูรับแสงกว้างเกินไป
ลองปรับไปทีละอย่างนะครับ ถ้าภาพสว่างเกินไป ลองปรับความเร็วชัตเตอร์ดูก่อน ลองเพิ่มขึ้นเป็น 1/80s, 1/100s หรืออาจจะมากกว่านี้
ปรับแต่ละครั้งก็สังเกตุที่สเกลวัดแสงนะครับ ว่าค่าที่เราตั้งนั้นกล้องวัดปริมาณแสงได้พอดีรึยัง ลองถ่ายออกมาแล้วดูผลครับ

หรือไม่ก็ลองปรับรูรับแสงดูก็ได้ครับ ตั้งค่ากลับมาที่ F/8, ความเร็ว 1/60s
แล้ว ลองลดขนาดรูรับแสงดูครับ ให้สปีดคงเดิม แล้วลองปรับขนาดรูรับแสงเป็น F/13, F/16, F/22 แล้วสังเกตผลงานครับ ว่าแสงออกมาพอดีรึปล่าว

หมายเหตุ: ตัวเลขรูรับแสง ถ้ามีค่ามาก รูรับแสงจะแคบ แต่ ถ้าเลขน้อย รูรับแสงจะกว้างครับ

สำหรับผู้ที่ยังใหม่กับการถ่ายรูป อาจจะไม่ต้องจำก็ได้ครับว่าเลขแบบไหน รูรับแสงจะกว้างแคบยังไง เอาเป็นว่า

"ทั้งเลขสปีดชัตเตอร์ และเลขรูรับแสง มีลักษณะเหมือนกันคือ เลขมากแสงเข้าน้อย เลขน้อยแสงเข้ามาก"
ทีนี้เราก็แค่ดูแสงครับ ว่าแสงที่จะให้ปรากฏบนภาพถ่ายนั้นจะให้มากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็ปรับตามสูตรข้างบนเลยครับ เลขมากแสงเข้าน้อย เลขน้อยแสงเข้ามาก

การวัดแสงเบื้องต้นก่อนจะกดชัตเตอร์ ว่าพอดีแล้วรึยังโดยพื้นฐานคือสังเกตุสเกลวัดแสงครับ ว่าค่าที่เราตั้งนั้นกล้องมันวัดให้เราพอดีรึปล่าว
แต่ถ้ากล้องมันชี้สเกลบอกว่าแสงพอดีแล้ว แต่พอภาพที่ออกมา มันไม่เห็นพอดีเลย มืดไปบ้าง สว่างไปบ้าง
อันนี้ต้องทำใจก่อนครับ ว่าระบบคำนวนและวัดแสงของกล้องนั้น ไม่ได้แม่นยำเหมือนสายตาของมนุษย์
ในบางสถานการณ์ที่แสงมีความแตกต่างกันมาก กล้องก็อาจจะวัดแสงผิดเพี้ยนไปได้

เราก็แก้ไขโดยไม่ต้องอาศัยความโปรอะไรมากครับ
วัดแสง -> ลองถ่ายดู -> ดูผลลัพธ์ -> ปรับค่า (อาจจะปรับให้แสงโอเวอร์ หรืออันเดอร์ไปหน่อย) -> แล้วถ่ายใหม่
ทีนี้เราก็จะได้ภาพที่ต้องการ แสงพอดี และฝึกในเรื่องของการชดเชยแสงแล้วครับ

หมายเหตุ: ภาพอันเดอร์ คือภาพที่มีแสงน้อยเกินไป ทำให้ภาพดูมืด
ภาพโอเวอร์ คือภาพที่แสงเข้ามากเกินไป ทำให้ภาพสว่างจ้า

Post By kongmed
 
 
 

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง
แนะนำสถานที่ถ่ายภาพในกทม.
Pros and Cons ของพนักงานประจำ
Adobe Design Achievement Awards, 2553

<< Adobe Design Achievement Awards, 2553
   
Comments  
xdesign
1
ดีจัง เทคนิคการถ่ายรู้ง่ายแต่ใช้ได้จริง
 

 


แนะนำบทความนี้
อีเมลล์ของคุณ :
อีเมลล์ของเพื่อนคุณ :
Software Park   เกี่ยวกับเว็บ Xpert
About Xpert.in.th
Contact Xpert และ Feedback
Help | เงื่อนไขการใช้งาน
Site map
สำหรับผู้ว่าจ้าง
ประกาศงานฟรีที่นี่
เทคนิคการประกาศงาน
FAQs
สำหรับมืออาชีพ
สมัครเป็นมืออาชีพที่นี่
เทคนิคการหางาน
FAQs
Other
Partner & Sponsor
Donation
Xpert.in.th